thai eng

โครงการของมูลนิธิ ร.๒

โครงการของมูลนิธิ ร.๒

ทุนรุ่นที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้แก่

  • นางสาวศรีรัตน์ ยิ้มเยาะ สาขานาฏศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๑) 
  • นางสาวนันทิดา จันทรางศุ สาขาดุริยางคศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๑) 

ทุนรุ่นที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้แก่

  • นางสาวพรทิพย์ พร้อมมูล สาขาดุริยางคศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๒) 
  • นางสาวเนตรนภา ชื่นสุข สาขาคีตศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๒) 

พ.ศ. ๒๕๓๔ งดให้ทุน 

ทุนรุ่นที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้แก่

  • นางสาวกันชลี ดนตรีสวัสดิ์ สาขานาฏศิลป์ (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น) 
  • นางสาวเพ็ญศรี บัวพึ่ง (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น) 

ทุนรุ่นที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้แก่

  • นางสาววิชุตา บังแสง สาขานาฏศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๕)
  • นางสาวขวัญดาว กรุดมินบุรี สาขาคีตศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๕)
  • นางสาวณัฏฐานรี วิลัยเลิศ สาขาดุริยางคศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๕

ทุนรุ่นที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้แก่

  • นางสาววนาลักษณ์ แสงชื่น สาขาดุริยางคศิลป์ (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น)
  • นางสาวกาญจนา คล้ายอยู่ สาขานาฏศิลป์ (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น)
  • นางสาววิไลรัตน์ วิเชียรชาติ สาขานาฏศิลป์ (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น) 

ทุนรุ่นที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้แก่

  • นางสาววรางคณา นันทนพงศ์ สาขาดุริยางคศิลป์ (นักเรียนเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น)
  • นางสาวนิภาภรณ์ แก้วอยู่ สาขานาฏศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๗)
  • นายภวัต จันทร์ดารักษ์ สาขาคีตศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๗

ทุนรุ่นที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้แก่

  • นางสาวปรีญวรรณ ดำรงรถการ สาขาดุริยางคศิลป์ 
  • นางสาวภัทรวดี ลิ้มประยูร สาขานาฏศิลป์ 

ทุนรุ่นที่ 8 พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้แก่

  • นางสาวภาวนา เอี่ยมพริ้ง สาขาดุริยางคศิลป์ (คัดเลือกไว้ ๓ คน เปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น ๒ คน)

ทุนรุ่นที่ 9 พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้แก่

  • นางสาวปณีตตา อินทรซันไล สาขานาฏศิลป์ (คัดเลือกไว้ ๒ คน เปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น ๑ คน)
  • สาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร

ทุนรุ่นที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้แก่

  • เด็กหญิงวราภรณ์ ด้วงคุ้ม สาขานาฏศิลป์ (คัดเลือกไว้ ๒ คน เปลี่ยนไปเรียนด้านอื่น ๑ คน)
  • สาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร

ทุนรุ่นที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้แก่

  • เด็กหญิงสุภาภรณ์ วรรณรัตน์ สาขานาฏศิลป์ 
  • เด็กชายสิทธิชัย ดิษฐประเสริฐ สาขาดุริยางคศิลป์
  • สาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร 

ทุนรุ่นที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้แก่

  • เด็กหญิงเสาวนิตย์ วงศ์ปัญจ สาขานาฏศิลป์ 
  • เด็กหญิงอรพรรณ แป้นกลัด สาขาดุริยางคศิลป์
  • สาขาคีตศิลป์ไทย ไม่มีผู้สมัคร 

ทุนรุ่นที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้แก่

  • เด็กหญิงประภัสสร เลิศสุทธิไกรศรี สาขานาฏศิลป์ 
  • สาขาดุริยางคศิลป์และสาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร 

ทุนรุ่นที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้แก่

  • เด็กหญิงพิชญ์ชุดา นาควัชระ สาขานาฏศิลป์
  • เด็กหญิงธนียา เล็กสุวรรณ สาขาคีตศิลป์
  • สาขาดุริยางคศิลป์ นักเรียนสละสิทธิ์ 

ทุนรุ่นที่ ๑๕ พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้แก่

  • เด็กชายกามเทพ ธีระเลิศรัตน์ สาขาดุริยางคศิลป์ 
  • สาขานาฏศิลป์ นักเรียนสละสิทธิ์ และสาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร 

ทุนรุ่นที่ ๑๖ พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้แก่

  • เด็กชายสุภชัย ชุนเกษา สาขานาฏศิลป์ไทย 
  • สาขาดุริยางคศิลป์ ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์ และสาขาคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร 

ทุนรุ่นที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้แก่

  • สาขานาฏศิลป์ ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์
  • สาขาดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ ไม่มีผู้สมัคร 

นักเรียนในโครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรม ขอรับทุนเป็นกรณีพิเศษ 

  • นางสาวจันทิมา จิรนิสิฐกุล สาขานาฏศิลป์ (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๗) 
  • นางสาวนารีรัตน์ สุวรรณวัฒน์ สาขานาฏศิลป์ 

นักเรียนทุนอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปไทยที่สำเร็จการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ๑ คน ได้แก่

  • นางสาวนันทิดา จันทรางศุ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ๙ คน ได้แก่ 

  • นางสาวพรทิพย์ พร้อมมูล (ขณะนี้ได้รับทุนระดับปริญญาโท เป็นปีที่ ๒)
  • นางสาวเนตรนภา ชื่นสุข
  • นางสาววิชุตา บังแสง
  • นางสาวขวัญดาว กรุดมีนบุรี
  • นางสาวณัฏฐานรี วิลัยเลิศ
  • นางสาวนิภาภรณ์ แก้วอยู่
  • นายภวัต จันทร์ดารักษ์
  • นางสาวภัทรวดี ลิ้มประยูร
  • นางสาวปรีญวรรณ ดำรงรถการ

 

มูลนิธิฯ รับสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธาน ซึ่งทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริว่า เมื่อมูลนิธิฯ ได้ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ และได้เปิดให้ประชาชน เข้าศึกษาหาความรู้และพักผ่อน ตั้งแต่ พ. ศ. ๒๕๒๘ แล้ว มูลนิธิฯ ควรดำเนินการในด้านวิชาการให้มากขึ้น คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิฯจึงมีมติให้จัดสรรทุนการศึกษา เรียกว่า “ทุนอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปไทย“ เพื่อสร้างสรรค์ศิลปินของมูลนิธิฯ สำหรับจัดการแสดงในวันพระบรมราชานุสรณ์ หรือจัดแสดงเฉลิมพระเกียรติในวาระต่าง ๆ และเพื่อฝึกฝนนักแสดงรุ่นเยาว์ในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการสืบทอดและปลูกฝังให้เยาวชนรักและหวงแหนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย

โดยมูลนิธิฯ ขอความร่วมมือกรมศิลปากร ให้รับนักเรียนจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นกรณีพิเศษเข้าศึกษาในวิทยาลัย นาฏศิลป์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นต้นมา ปีละ ๓ สาขา เป็นทุนต่อเนื่องตั้งแต่เรียนนาฏศิลป์ชั้นต้นจนจบปริญญาตรี โดยชั้นต้นให้ทุนละ ๕,๐๐๐ บาท ชั้นกลางทุนละ ๗,๐๐๐ บาท/ปี  ระดับสูงถึงปริญญาตรีให้ทุนละ ๑๐,๐๐๐ บาท/ปี

สืบเนื่องจากการประชุมสามัญประจำปีของมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  พระราชทานพระราชดำริว่า “ จากการที่มูลนิธิฯ ได้จัดโครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ จนมียุวศิลปินเกิดขึ้นสามารถจัดแสดงได้เป็นอย่างดีแล้วนั้น ควรสืบทอดวัฒนธรรมทางด้านทัศนศิลป์บ้าง ด้วยเหตุว่าในระยะนี้จะมีการบูรณะวัดอัมพวันเจติยาราม ซึ่งเป็นงานด้านศิลปะต่างๆ ได้แก่

งานสถาปัตยกรรมไทย งานจิตรกรรมไทย และงานปฏิมากรรม เป็นงานที่น่าศึกษาน่าสืบทอดทรงมีพระประสบการณ์ด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่สมัยทรงเป็นนักเรียนระดับมัธยม ได้ศึกษาการเขียนลายไทยในชั้นเรียน ทรงได้พื้นฐานวิชามาบ้าง เมื่อหยุดเทอมก็ได้ทรงศึกษากับอาจารย์ภาวาส และอาจารย์จุลทัศน์  แม้ทรงขาดการฝึกฝนมือ แต่ทรงได้รับความรู้ในเรื่องของนิสัย การดู ความรักและความพอใจในศิลปะมาก โดยเฉพาะการสอนที่มีขั้นตอน เช่น การเขียนภาพฝาผนัง สอนตั้งแต่การเตรียมพื้น การเขียนลวดลายพื้นฐาน และขั้นตอนการเรียนช่างไทยต้องเขียนอะไรบ้าง วิธีฝึกฝนทำอย่างไร ความรู้เหล่านี้มีประโยชน์แก่การทำงาน งานศิลปะนี้ถ้าได้ปฏิบัติเองจริงๆ ก็จะเป็นพื้นฐานของการทำงานอีกหลายๆ อย่าง ” กรมศิลปากรรับสนอง พระราชดำริไปจัดทำโครงการสืบทอดวัฒนธรรมงานช่างศิลปะด้านทัศนศิลป์ งานช่างสิบหมู่ สาขาช่างเขียน ขึ้น โดยวิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากร ดำเนินการจัดสอนหลักสูตรพิเศษฝึกอบรมให้แก่ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ เปิดฝึกอบรมเริ่มตั้งแต่ พ. ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ลักษณะโครงการเป็นโครงการต่อเนื่อง ๓ ระยะ

ระดับ ๑ ระดับความรู้ความสามารถพื้นฐาน
ระดับ ๒ ระดับความรู้ความเข้าใจในเทคนิควิธีดำเนินงาน  
ระดับ ๓ ระดับทักษะขั้นปฏิบัติการ

มีนักเรียนสมัครเข้ารับการฝึกอบรม ดังนี้

รุ่นที่ ๑ กำหนดคุณสมบัติว่าผู้สมัครต้องมีอายุ ๑๕  ปีขึ้นไป และจบการศึกษาขั้นต่ำระดับประถมศึกษา อบรมทุกวันอาทิตย์ วันละ ๖ ชั่วโมง จำนวน ๔๘ วัน อบรมตั้งแต่วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ – วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ รับสมัครจำนวน ๓๕ คน มีผู้มาสมัคร ๔๗ คน รับไว้ทั้งหมด

รุ่นที่ ๒ อบรมงานช่างสิบหมู่ สาขาช่างเขียน รับสมัครผู้มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จบการศึกษาขั้นต่ำระดับประถมศึกษา จัดฝึกอบรม ๒ หลักสูตร ได้แก่  หลักสูตรระดับความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรระดับความรู้ความเข้าใจฝึกทักษะปฏิบัติการ รับผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรระดับความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐาน หลักสูตรละ ๓๕คน ปรากฏว่ามีผู้สมัครหลักสูตรระดับ ๑ จำนวน ๖๗ คน รับไว้ ๔๔ คน หลักสูตรระดับ ๒ มีผู้สมัคร ๒๕ คน รับไว้ทั้งหมด  เปิดอบรมตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ รวม ๔๘ วันๆ ละ ๖ ชั่วโมง

รุ่นที่ ๓ อบรมงานช่างสิบหมู่ สาขาช่างเขียน รับสมัครผู้มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จัดฝึกอบรม ๒ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรระดับความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรระดับความรู้ความ เข้าใจฝึกทักษะปฏิบัติการ หลักสูตรละ ๓๕ คน มีผู้สมัครหลักสูตรระดับ ๑ จำนวน ๓๖ คน หลักสูตรระดับ ๒ จำนวน ๒๒ คน รับไว้ทั้งหมด เปิดอบรมตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ถึงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

รุ่นที่ ๔ เพื่อให้การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของผู้เข้าอบรมในวันงานเฉลิมพระเกียรติ มีทั้งผลงานระดับเยาวชน และระดับผู้ใหญ่ ได้เปิดอบรมระดับผู้ใหญ่ ซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๖๐ คน อบรมตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน ถึงวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ถือเป็นรุ่นผู้ใหญ่รุ่นสุดท้าย

รวมผู้เข้ารับการฝึกอบรมระดับผู้ใหญ่ทั้ง ๔ รุ่น จำนวน ๒๓๔ คน

โครงการได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ พ. ศ. ๒๕๔๐ - ๒๕๔๓ เป็นการเปิดอบรมงานช่างสิบหมู่ สาขาช่างเขียนระดับผู้ใหญ่ก่อนเพื่อหาผู้สืบทอดที่จะสอนแทนอาจารย์จาก วิทยาลัยช่างศิลปต่อไปได้ หลังจากฝึกอบรมได้คัดเลือกผู้ฝึกอบรมให้เป็นครูผู้ช่วยสอนได้ 9 คน เนื่องจากโครงการนี้ ดำเนินการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธาน ที่มีพระราชประสงค์จะให้ฝึกอบรมปลูกฝังให้เยาวชนมีความรู้ด้านศิลปะ ให้รู้จักศิลปไทย ลวดลายไทย วิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากร จึงรับพระราชกระแสปรับเปลี่ยนโครงการรับผู้เข้าอบรมระดับเยาวชน อายุ ๑๑ - ๑๔ ปี ในปี พ. ศ. ๒๕๔๔ เป็นรุ่นที่ ๑ โดยจัดฝึกอบรมสาขาช่างศิลปไทย เริ่มสอนตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ถึงวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔  จำนวน ๑๒ วันๆ ละ ๓ ชั่วโมง รับสมัคร ๓๕ คน และได้เปิดฝึกอบรมให้แก่เยาวชนตลอดมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ( พ. ศ. ๒๕๔๘)

รวมผู้เข้ารับการอบรม จำนวน ๓๗๘ คน

โครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ (ยุวศิลปิน) ของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยฯ