thai eng

ได้พระยาเศวตกุญชรช้างเผือกเมืองโพธิสัตว์

ได้พระยาเศวตกุญชรช้างเผือกเมืองโพธิสัตว์

เมื่อ ณ วันศุกร์ เดือน ๑ ขึ้นค่ำ ๑ ปีวอกจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๗๔ พ.ศ.๒๓๕๕ นายมกหมอ นายคงครวญ คล้องได้ลูกช้างพลายเผือกผู้ ที่ทุ่งยั้งเขากระพ้อปลายน้ำเมือง โพธิสัตว์ช้างหนึ่ง เมื่อแรกคล้องเห็นแต่ว่าจักษุขาวหางขาวผิดกับช้างสามัญ แต่ตัวนั้นมอมเปื้อนอยู่ หารู้แน่ว่าเป็นช้างเผือกไม่ ต่อเข้าไม้ฝนตกใหญ่จึงรู้ว่าเป็นช้างเผือกแท้ หมอควาญจึงนำความมาแจ้งต่อพระยาอภัยภูเบศร์ เห็นว่าจะให้ฝึกหัดในป่าแขวงเมืองโพธิสัตว์อยู่ใกล้แดนเขมรนัก เวลานั้นพวกกรุงกัมพูชากระด้างกระเดื่องอยู่ จึงจัดคนให้ไปรับมาเมืองพัตบอง แต่ช้างนั้นยังเล็กนัก วัดได้สูงเพียงสองศอกคืบแปดนิ้ว จะติดลำโยงจูงมาเกรงจะเป็นอันตรายเสีย จึงทำเป็นแท่นมีล้อมีหลังคาให้คนทำทางลากมาจนถึงเมืองพัตบอง ปลูกโรงพักไว้ฝึกหัดจนเชื่องราบ แล้วให้เดินบกเข้ามาลงแพที่บ่อโพงแขวงกรุงเก่า โปรดให้พระเจ้าน้องยา กรมหมื่นเทพพลภักดีกับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชขึ้นไปรับ พระยาช้างมาถึงบ่อโพงแล้วโปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ คุมเงินตราสิบชั่งขึ้นไปพระราชทานให้แก่หมอควาญแลผู้คุมช้างมาได้รับพระราชทานทั่วกัน เสด็จกลับลงมากราบทูลว่าเป็นช้างเผือกเอกขาวบริสุทธิ์ ครั้นทำพิธีพนมชัยบาทว์ฟาดเคราะห์เสียไพรสมโภชที่บ่อโพงแล้ว ก็นำพญาช้างลงแพช่อฟ้าล่องลงมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อ ณ วันศุกร์ เดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ ให้ปลูกพลับพลาน้อยที่ท่าพระแลตั้งราชวัติฉัตรเบญจรงค์สองฟากถนน จัดกระบวนแห่แต่งพระเทพกุญชร พระอินทไอยราพระบรมฉัททันต์ ช้างมีสกุลลงไปรับด้วย ครั้นได้เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จโดยกระบวนไปประทับพลับพลาน้อยที่ท่าพระ โปรดให้แห่พญาช้างขึ้นจากแพไปเข้าโรงสมโภชที่สนามชัย มีการมหรสพสมโภชสามวันสามคืน แล้วพระราชทานนามขึ้นระวางว่า พระยาเศวตกุญชรอดิศรประเสริฐศักดิ์ เผือกเอกอรรคไอยรา มงคลพาหนนารถบรมราชจักรพรรดิ วิเชียรรัตนาเคนทร์ ชาติคเชนทรฉัททันต์ หิรัญรัศมี ศรีพระนคร สุนทรลักษณเลิศฟ้า แล้วแห่เข้ามาไว้โรงในพระราชวัง มีงานสมโภชอีกสามวันสามคืน