thai eng

พระราชพิธีลงสรง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ

พระราชพิธีลงสรง

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ

ในปีวอกจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๗๔ พ.ศ.๒๓๕๕ นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ พระชนมายุได้ ๙ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราดำริว่า การพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าตามแบบอย่างครั้งกรุงเก่า ก็ได้ทำเมื่อในรัชกาลที่ ๑ มีแบบแผนอยู่สำหรับแผ่นดินแล้ว แต่การพระราชพิธีลงสรงเฉลิมพระนามเจ้าฟ้าตามตำราเก่า ยังหาได้ทำไว้ให้เป็นแบบอย่างไม่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยเห็นก็แก่ชราเกือบจะหมดตัวไปแล้ว แบบแผนพระราชพิธีอันนี้จะสาบสูญเสีย ควรจะทำไว้ให้เป็นแบบอย่างอยู่สำหรับราชการแผ่นดินต่อไป ถึงเดือน ๔ ปีวอกจัตวาศกนั้น จึงรับสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงพิทักษมนตรี กับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) เป็นผู้อำนวยการจัดตั้งพระราชพิธีลงสรงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่

ลักษณะพระราชพิธีลงสรง เหมือนกับพระราชพิธีโสกันต์ในการทั้งปวง ผิดกันแต่พิธีโสกันต์ทำเขาไกรลาศที่ในพระบรมมหาราชวัง แต่พิธีลงสรงทำแพพระมณฑปที่สรงในแม่น้ำ แพนั้นผูกเทียบที่หน้าพระตำหนักน้ำ กลางแพมีพระมณฑปทำด้วยไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาว มีที่ลงสรงอยู่ในพระมณฑป ลดพื้นลงไปให้ต่ำกว่าพื้นน้ำ ปูพื้นด้วยกระดานแลทำซี่กรงล้อมรอบชั้น ๑ ตารางไม้ไผ่ล้อมอีกชั้น ๑ แล้วถึงร่างแหล้อมอีกชั้น ๑ มีกระดานเลียบรอบนอกเสมอ พื้นที่สรงพอคนลงไปได้ ที่สรงภายในซี่กรงนั้นกรุผ้าทั้งพื้นแลข้างๆ มีบันไดลงจากพื้นแพถึงที่สรงบันไดเงินอยู่ด้านเหนือ บันไดทองอยู่ด้านใต้ ด้านตะวันออก ริมพระตำหนักน้ำเรียกว่าบันไดแก้ว ด้านตะวันตกนั้นตั้งพระแท่นสองชั้นสำหรับเป็นที่สรงน้ำมูรธาภิเศก ในกรงนั้นมีรูปกุ้งทองกุ้งนากกุ้งเงิน แลปลาทองปลานากปลาเงิน มีมะพร้าวปิดทองคู่ ๑ ปิดเงินคู่ ๑ นอกพระมณฑปออกมา มีฝาแลซุ้มประตูสี่ทิศมีราชวัติฉัตรทองล้อมพระมณฑปชั้น ๑ ราชวัตินากชั้น ๑ ราชวัติเงินชั้น ๑ พราหมณ์ตั้งโต๊ะรองน้ำสังข์น้ำกรดบูชาถวายชัยสี่มุมกรงราชวัติ ชั้นกลางมีทหารถือทวนด้ามหุ้มทองประจำในเวลาเสด็จลงสรงทั้งสามด้าน ด้านละ ๑๐ คน หว่างราชวัติชั้นนอกมีทหารถือดาบโล่ ๓ ด้าน ด้านละ ๑๕ คน ทหารถือดาบนั่งรายริมแพนอกราชวัติสามด้าน ด้านละ ๑๖ คน ทหารถือดาบอยู่ในน้ำริมแพสามด้าน ด้านละ ๑๖ คน ทหารถือปืนคาบศิลาอยู่นอกราชวัติด้านเหนือ ๘ คน มีเรือบัลลังก์ประทับหน้าพระตำหนักแพ แลมีเรือกัญญา เรือกระบี่ เรือครุฑ เรือดั้ง เรือรูปสัตว์เรือพิฆาตเขียนรูปสัตว์ต่าง ๆ ทอดทุ่นเหนือน้ำท้ายน้ำรายรอบล้อมวงรวม ๓๙ ลำ พลพายสวมเสื้อแดงหมวกแดง มีเรือหมอจระเข้เรือทอดแหสำหรับจับสัตว์ร้ายรายกันอยู่ในที่ล้อมวง ฝ่ายที่ในพระบรมมหาราชวังนั้นตั้งโรงพิธีพราหมณ์ตรงประตูออกโรงแสงใน แลจัดตั้งพระแท่นมณฑลที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ แลสวดภาณวารที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วงสายสิญจน์โยงตลอดสถานที่ทำพระราชพิธีทุกแห่ง เหมือนอย่างพระราชพิธีโสกันต์ฉะนั้น

ครั้น ณ วันศุกร์ เดือน ๔ ขึ้น ๔ ค่ำ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ แต่งพระองค์ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงเครื่องขาว ครั้นเวลาบ่ายกระบวนการแห่อย่างแห่โสกันต์เข้าไปรับเสด็จที่เกยข้างพระราชมณเทียรฝ่ายตะวันออกตรงสวนขวา แห่เสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ขึ้นพระยานมาศแล้ว เสด็จทรงพระราชดำเนินทางข้างใน เสด็จออกประทับที่เกยพระมหาปราสาท รับพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ จากพระราชยาน เจ้าจอมข้างในรับพระกรต่อพระหัตถ์เชิญสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ มาชำระพระบาทในถาดเงิน เจ้าพนักงานถวายน้ำล้างพระบาทแล้ว แห่กลับคืนเข้าพระบรมมหาราชวัง แห่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ไปทรงสดับพระสงฆ์สวดมนต์เย็น ๓ วันเหมือนกันดังกล่าวมานี้

ครั้น ณ วันจันทร์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ เวลาเช้า แบ่งพระสงฆ์ในพระราชพิธีลงไปคอยสวดถวายชัยมงคลที่ทิมสรงท่าน้ำ ๑๕ รูป แห่เสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ลงไปประทับที่เกย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จรับพระกรบนเกย ข้างในรับพระหัตถ์มาประทับที่พระตำหนักแพเปลื้องเครื่องทรงพระภูษาแลฉลองพระองค์เครื่องถอด พอจวนเวลาพระฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจูงกระกรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เสด็จจากพระจำหนักแพไปยังแพพระกระยาสนาน เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีรับต่อพระหัตถ์เชิญสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ตามเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปยังที่พระมณฑปพระบาทสมเด็จระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับอยู่บนพระเก้าอี้ในราชวัติ ส่วนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ  ประทับที่เบาะอันทอดไว้ริมพระเก้าอี้ พระมหาราชครูพราหมณ์ลอยกุ้ง ทองกุ้งนากกุ้งเงิน ปลาทองปลานากปลาเงิน แลลอยมะพร้าวปิดทองปิดเงิน ๒ คู่ลงในกรงที่สรง พระโหราลอยบัตรตามกระแสน้ำ พอได้อุดมฤกษ์เวลาเช้าโมง ๑ กับ ๓ บาท เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัยกระทั่งสังข์แตรประโคมเครื่องดนตรีแลยิงปืนสัญญาหน้าเรือขึ้นพร้อมกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เสด็จไปยังบันไดแก้ว เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์รับต่อพระหัตถ์แล้วอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ลงสู่กรงที่สรง ให้ทรงเกาะมะพร้าวสรงน้ำแม่น้ำที่ในกรงก่อน แล้วรับเสด็จขึ้นมาประทับพระแท่นสรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ทักขิณาวัฏ สมเด็จพระสังฆราชประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พระราชวงศ์ผู้ใหญ่ถวายน้ำพระเต้าปทุมนิมิต พราหมณ์ถวายน้ำสังข์น้ำกรด ครั้นเสร็จสรงพระกระยาสนานผลัดพระภูษาแล้ว เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นมายังตำหนักแพมาทรงเครื่องอย่างเทศ ส่วนกระบวนแห่ผลัดเครื่องแดงแห่กลับเข้าในพระราชวังไปเข้าประตูราชสำราญ ขึ้นสู่พระราชมณเทียร เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ขึ้นพระราชยานที่ตำหนักแพแห่กลับแล้ว เสด็จมาที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงประเคนพระสงฆ์ทำภัตกิจ ส่วนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ นั้น ครั้นเปลื้องเครื่องเทศเสร็จแล้วแต่งพระองค์เสด็จมาทางข้างในพระราชวัง ขึ้นสู่มหาปราสาททรงประเคนไทยธรรมพระสงฆ์ แล้วเสด็จกลับเข้าในพระราชวังตามทางข้างใน ในวันนั้นเจ้าพนักงานตั้งบายศรีแก้ว บางศรีทองบางศรีเงิน ที่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ตั้งพระแท่นที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ประทับตรงหน้าบายศรี ครั้นเวลาบ่ายแต่งพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ทรงเครื่องต้นกระบวนแห่แต่งเครื่องแดง แห่เสด็จแต่ภายในพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จส่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ขึ้นพระราชยานแล้ว เสด็จมาทางในพระราชวังคอยรับพระกรอยู่ที่เกยหน้าพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ กระบวนแห่มาถึงแล้วก็ทรงรับพระกรเสด็จเข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เสด็จขึ้นสถิตบนเตียงทอง ได้ฤกษณ์บ่าย ๒ โมง ๖ บาท ชาวประโคมประโคมขึ้นพร้อมกัน จึงพระราชทานพระสุพรรณบัฏจารึกพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎสมมติเทวาวงษ์ พงษ์อิศรกษัตริย์ขัติยราชกุมาร แล้วพระครูพราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชแล้ว แห่กลับคืนเข้าภายในพระราชวัง ในวันขึ้น ๘ ค่ำ ๙ ค่ำ สมโภชอีก ๒ เวลา เป็น ๓ เวลาด้วยกัน การพระราชพิธีลงสรงครั้งนั้นก็เหมือนอย่างแห่โสกันต์ทุกสิ่ง ผิดกันอยู่แต่ที่มีแพพระมณฑปที่ลงสรงแทนเขาไกรลาศเท่านั้น