thai eng

งานพระบรมศพ

งานพระบรมศพ

ถึงต้นปีมะแมตรีศก จุลศักราช ๑๑๗๓ พ.ศ.๒๓๕๔ พระเมรุมาศที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพในท้องสนามหลวงซึ่งได้โปรดให้มีท้องตราเกณฑ์หัวเมืองเอก โท ตรี จัตวา ปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือทั้งปวง ให้จัดหาเสาแลเครื่องสร้างพระสุเมรุ ส่งเข้ามายังกรุงเทพมหานครเจ้าพนักงานได้จัดการสร้างสำเร็จในฤดูแล้งต้นปี

พระเมรุครั้งนี้สร้างตามแบบพระเมรุพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งกรุงเก่าเป็นพระเมรุอย่างใหญ่เต็มตำราขนาดเสาใหญ่สูงเส้นหนึ่ง ขื่อยาวเจ็ดวา พระเมรุ สูงตลอดยอดนั้นสองเส้น ภายในมีพระเมรุทองอีกชั้น ๑ สูงสิบวา ตั้งพระเบญจาทองคำรับพระบรมโกศ มีเมรุทิศทั้งแปดทิศ มีสำสร้างตามระหว่างเมรุทิศ ชั้นในมีราชวัติทึบปักฉัตรเงินฉัตรทองฉัตรนากสลับกัน หลังลำสร้างชั้นนอกมีโรงรูปสัตว์รายรอบ มีราชวัติไม้จริงทรงเครื่องฉัตรเบญจรงค์ ล้อมโรงรูปสัตว์อีกชั้น ๑ ต่อออกมาตั้งเสาดอกไม้พุ่มรายรอบราชวัติอีกชั้น ๑ แล้วมีระทาดอกไม้สูงสิบสองวา ๑๖ ระทา เครื่องมหรสพสมโภชมีโรงรำหว่างระทา ๑๕ โรง แลตั้งเสาหกสามต่อหน้าระทา ลวด ๔ หก ๔ แพน ๔ มีโรงโขน โรงละคร โรงงิ้ว สิ่งละ ๒ โรง โขนโรงใหญ่โรง ๑ มีต้นกัลปพฤกษ์ทั้ง ๘ ทิศ มีไม้ลอย ลวดเลว ลวดลังกา นอนร้านหอก ร้านดาบ คาบค้อน บ่วงพวง บ่วงเพลิง เล่นที่หน้าไม้สามต่ออีกเป็นหลายอย่าง โรงงานมหรสพครั้งนั้นปลูกตั้งแต่ป้อมมณีปราการ ตลอดไปถึงสะพานกรุงวังหน้า แลให้ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารคาวหวานพระราชทานเป็นทานแก่ไพร่บ้านพลเมืองที่จะมาในงานพระบรมศพทั่วไป

ถึง ณ วันเสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๕ ค่ำ เชิญพระบรมสารีริกธาตุแต่ในพระบรมมหาราชวังตั้งกระบวนแห่ออกไปยังพระเมรุมาศ ประดิษฐานบนพระเบญจาทอง พระสงฆ์ราชาคณะฐานนุกรมเปรียญฝ่ายความวาสีอรัญวาสี ๘๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ มีหนังจุดดอกไม้เพลิง เป็นการสมโภชพระบรมสารีริกธาตุวันหนึ่งคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้าพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแลรับพระราชทานเครื่องไทยธรรมแล้ว มีงานสมโภชเวลาบ่ายทิ้งทาน เวลาค่ำจึงแห่พระบรมสารีริกธาตุกลับเข้าในพระบรมมหาราชวัง

ครั้นรุ่งขึ้นวันขึ้น ๗ ค่ำ เชิญพระบรมศพสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นพระยานุมาศลำคาน พระยานุมาศนี้ทำใหม่สำหรับพระบรมศพมีภาพสองชั้น ปักพระมหาเศวตฉัตร ๙ ชั้น กั้นพระบรมโกศ แห่ออกประตูศรีสุนทรไปขึ้นพระมหาพิไชยราชรถ ที่ถนนสนามไชย หน้าวัดพระเชตุพน แต่นั้นแห่เป็นกระบวนอย่างใหญ่ ชักไปถึงพระเมรุแล้ว เชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิไชยราชรถ ทรงพระยานุมาศเข้าสู่พระเมรุด้านบุรพทิศ แห่เวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏสามรอบ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นบนเกรินบันไดนากอย่างกรมหลวงพิทักษมนตรีทรงคิดใหม่ แต่ก่อนใช้เป็นไม้ล้มลุกไม่ดีเหมือนเกรินบันไดนาก จึงเป็นแบบอย่างมาจนทุกวันนี้ ขันช่อกว้านเกรินเลื่อนขึ้นไปสุดบันไดนาก แล้วเจ้าพนักงานกรมภูษามาลาเลื่อนพระบรมโกศไปประดิษฐานเหนือพระเบญจาทองภายใต้พระมหาเศวตฉัตรในพระเมรุทอง ตั้งเครื่องสูงแลเครื่องราชูปโภคพร้อมตามราชอิสริยยศแล้ว พระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรมสดับปกรณ์แลพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมที่เมรุทิศทั้งสี่ เป็นพระสงฆ์ประจำสวด ๖๔ รูป ถวายไตรจีวรเครื่องบริขารไทยธรรมแก่พระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรมเปรียญเจ้าอธิการพระสงฆ์อันดับในพระนครนอกพระนครแลหัวเมือง เป็นจำนวนพระสงฆ์หมื่นเศษ ครั้นเวลาเช้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระสงฆ์ พระสงฆ์ทำภัตกิจเสร็จแล้ว สดัปกรณ์ แล้วเสด็จไปประทับทรงสดับพระธรรมเทศนา ณ พระที่นั่งทรงธรรม ครั้นเวลาเย็นเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปในพระเมรุ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลแล้วเสด็จออกพลับพลาสนามมวย มีพระราชดำรัสสั่งให้ทิ้งทานทั้งแปดทิศแล้วทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์แหวนฉลากนากทองเงินแลพระราชทานเงินตราเสื้อแก่คนสูงอายุ ๗๐ ปีขึ้นไปทุกคนทั่วกัน ที่สนามหน้าพลับพลานั้นก็มีการเล่นต่างๆ ครั้นเวลาค่ำมีหนังรอบพระเมรุสิบสองโรง จุดดอกไม้พุ่ม ระทาใหญ่ กับดอกไม้เพลิงต่างๆ เมื่อจุดเสร็จแล้วระทาใหญ่จึงได้จุดลาบผ้ามีเพลิงแก้วเป็นที่สุด แล้วจุดดอกไม้พุ่มรอบพระเมรุอีกคราว ๑ ตามประเพณีการพระบรมศพ ครั้นดอกไม้เพลิงจุดเสร็จแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับยังพระราชวัง

ครั้น ณ เดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำ งานสมโภชพระบรมศพครบเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว เวลาบ่ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระราชวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน เสนาบดี ท้าวพระยาประเทศราช ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย พร้อมกันถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จ รุ่งขึ้นเชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานในพระโกศลงยาราชาวดี แล้วเชิญพระอังคารขึ้นสู่พระยานุมาศ ตั้งกระบวนแห่งทางประตูพระเมรุด้านตะวันตก ออกประตูท่าพระ ทรงเรือพระที่นั่งกิ่ง กระบวนแห่เรือตั้งเรือข้าราชการเป็นอันมาก ไปลอยพระอังคารที่หน้าวัดปทุมคงคา ส่วนพระบรมอัฐินั้นประดิษฐานไว้ที่พระเมรุ มีงานสมโภชพระบรมอัฐิอีกสามวันสามคืน ครั้นเดือน ๖ แรม ๒ ค่ำ จึงเชิญพระบรมอัฐิขึ้นพระราเชนทรยาน ตั้งกระบวนแห่แต่ประตูพระเมรุด้านตะวันออก เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีการสมโภชทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอีกสี่วันสี่คืน เป็นคำรบเจ็ดวันเจ็ดคืน แล้วจึงเชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานไว้ในหอพระธาตุมนเทียร