thai eng

เรื่องให้เจ้านายกำกับราชการ

เรื่องให้เจ้านายกำกับราชการ

เมื่อเสร็จการศึกพม่าแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดให้เจ้านายมีหน้าที่กำกับราชการกระทรวงต่างๆ หลายพระองค์ การเรื่องนี้ตามที่แสดงไว้ในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ว่าโปรดให้เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี เป็นผู้สำเร็จราชการ และพระราชทานพระราชวังเดิมข้างฝั่งตะวันตกให้เป็นที่ประทับ ให้เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์สำเร็จราชการมหาดไทย ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นศักดิพลเสพสำเร็จราชการกลาโหม แลให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร (คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) สำเร็จราชการกรมพระคลัง (คือ กรมท่า) ดังนี้ แต่ตามความที่ข้าพเจ้าได้สดับมาแลที่ได้พบในหนังสือเก่าครั้งรัชกาลที่ ๒ ที่ได้มาจากเมืองนครศรีธรรมราชเป็นต้น เข้าใจว่า ความที่กล่าวไว้ในพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เคลื่อนคลาดอยู่บ้าง

เรื่องเจ้านายกำกับกระทรวงราชการ ไม่ปรากฏว่ามีมาแต่ในรัชกาลที่ ๑ จึงยุติว่าพึ่งมีขึ้นในรัชกาลที่ ๒ เป็นปฐมแลเป็นแบบอย่างต่อมา เหตุใดจึงโปรดให้เจ้านายมีหน้าที่กำกับกระทรวงราชการ ความข้อนี้ไม่พบจดหมายเหตุที่จะถือเป็นหลักฐาน ได้แต่สันนิษฐาน ข้าพเจ้าเข้าใจว่าจะเป็นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ประการที่ ๑ จะเป็นด้วยเมื่อจัดกองทัพไปรบพม่าเมื่อปีมะเส็งเอกศก จะมีการบางอย่างไม่เป็นไปได้ดังพระราชประสงค์ ด้วยข้าราชการซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงต่างๆ หย่อนความสามารถ ทรงพระราชดำริเห็นว่า ต้องการกำลังช่วยคิดอ่านอุดหนุนราชการในกระทรวงนั้นๆ จึงทรงเลือกสรรเจ้านายซึ่งมีความสามารถ แลเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยไปช่วยราชการต่างกระทรวงหรือมิฉะนั้น ประการที่ ๒ ในเวลานั้นเจ้านายที่เจริญพระชนมายุและความสามารถมีหลายพระองค์ จะทรงพระราชดำริเห็นว่า ให้มีหน้าที่ประจำราชการอย่างใดเสียบ้างดีกว่าทิ้งไว้ให้อยู่เปล่า จึงทรงเลือกสรรเจ้านายซึ่งทรงไว้วางพระราชหฤทัยในความสามารถให้ไปช่วยราชการต่างกระทรวง ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่ามูลเหตุที่โปรดให้เจ้านายไปกำกับราชการต่างกระทรวงอาจจะเป็นเหตุด้วย ๒ ประการ ดังกล่าวมานี้ ลักษณะที่เจ้านายกำกับราชการเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๒ นั้น พิเคราะห์ดูตามความที่ปรากฏในหนังสือเก่า ดูเป็นทำนองที่ปรึกษาของเสนาบดีหรือผู้เป็นหัวหน้าในกระทรวงทบวงการนั้นๆ คือ ถ้าเจ้ากระทรวงจะทำการอันใด ต้องทูลปรึกษาหารือเจ้านายซึ่งทรงกำกับราชการกระทรวงนั้นก่อน ส่วนกระแสพระราชดำริ ก็ทรงปรึกษาเจ้านายผู้กำกับกระทรวงนั้นด้วยเหมือนกัน เข้าใจว่าลักษณะการกำกับเป็นเช่นกล่าวนี้

อนึ่งราชการต่างๆ เมื่อในรัชกาลที่ ๒ นั้น ตามความที่ข้าพเจ้าได้สดับจากผู้หลักผู้ใหญ่เล่าหลายปาก ยุติต้องกันว่า เมื่อกรมพระราชวังบวรสถานมงคลยังมีพระชนม์อยู่เสด็จลงมาช่วยดูแลราชการต่างพระเนตรพระกรรณเสมอ เวลาเสด็จลงมาประทับที่โรงละครข้างด้านตะวันตกวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพราะฉะนั้น จึงเห็นว่า ถ้าหากว่ามีตำแหน่งซึ่งควรเรียกว่าผู้สำเร็จราชการต่างพระเนตรพระกรรณ อย่างเรียกในพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ก็คือ กรมพระราชวังบวรฯ ทรงบัญชาการในตำแหน่งนั้น มิใช่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี จะได้ทรงบัญชาก็ต่อเมื่อกรมพระราชวังบวรสวรรคตแล้ว ส่วนเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีนั้น ตามที่ข้าพเจ้าได้สดับมา ได้พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ประทับจริง แต่ราชการที่ได้ทรงกำกับนั้น คือ ราชการมหาดไทย แลกรมวัง ต่อเมื่อเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีสิ้นพระชนม์แล้ว เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์จึงได้ทรงกำกับราชการมหาดไทย ราชการกลาโหมนั้น ตามความที่ปรากฏในหนังสือเก่าครั้งรัชกาลที่ ๒ ที่ได้พบที่เมืองนครศรีธรรมราชทำให้เข้าใจว่า ทั้งเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ แลกรมหมื่นศักดิพลเสพได้ทรงกำกับเกี่ยวข้องราชการกลาโหมในตอนแรกด้วยกันทั้ง ๒ พระองค์ ส่วนกรมพระคลังนั้น ความที่ได้ทราบยุติต้องกับในหนังสือพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงกำกับมาแต่แรก ตั้งแต่ยังไม่ได้รับกรม ยังมีเจ้านายพระองค์อื่นอีก ที่ทราบว่าได้กำกับราชการ แต่หาได้ลงไว้ในพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ไม่ คือ กรมหมื่นเทพพลภักดี กับกรมหมื่นรักษ์รณเรศ แต่ยังไม่ได้รับกรม (ในหนังสือเก่าครั้งนั้นเขียนว่าเจ้าครอกไกรสร) ได้กำกับกรมพระคชบาลด้วยกันทั้ง ๒ พระองค์ กรมหมื่นพิพิธภูเบนทรได้กำกับกรมเมือง นอกจากเจ้านายที่ได้ออกพระนามมานี้ เห็นจะมีเจ้านายพระองค์อื่นอีก ที่ได้กำกับราชการเมื่อในรัชกาลที่ ๒ แต่ข้าพเจ้าไม่พบหลักฐานที่จะแสดงได้