thai eng

พระราชกำหนด ห้ามมิให้สูบแลซื้อขายฝิ่น

พระราชกำหนด ห้ามมิให้สูบแลซื้อขายฝิ่น

กฎให้ไว้แก่พระสุรัศวดี ซ้าย ขวา ใน นอก ให้กฎหมายบอกแก่เจ้าพระยา แลพระยา พระ หลวง เมือง เจ้าราชนิกุล ขุนหมื่น พันทนาย ฝ่ายทหาร พลเรือน ชาวที่มหาดเล็กขอเฝ้า ข้าเจ้าต่างกรม หากรมมิได้ กรมฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ผู้รักษาเมือง ผู้รั้ง กรมการ ณ หัวเมือง เอก โท ตรี จัตวา ปากใต้ฝ่ายเหนืออาณาประชาราษฎรทั้งปวงจงทั่ว

ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิบดี ศรีวิสุทธิคุณ วิบุลยปรีชาฤทธิราเมศวรราช บรมนารถบรมพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงจัตุรงคพิธสังคหวัตถุ และทศพิธราชธรรม์อนันตมหาประเสริฐ เสด็จออก ณ พระที่นั่งท้องสนามจันทร์ ฝ่ายประจิมาภิมุขแห่งพระที่นั่งมหาจักรพรรดิพิมาน พร้อมด้วยอรรคมหาเสนาโหราพฤฒามาตย์ราชมนตรี กระวีมุขมาตยาปโรหิตาจารย์ ทูลละอองธุลีพระบาทโดยอันดับ จึงทรงพระดำริห์ว่า สมเด็จพระมหาบรมกระษัตราธิราชแต่ก่อน ตั้งพระราชกำหนดกฎหมายไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดสูบฝิ่นกินฝิ่นซื้อฝิ่นขายฝิ่น จับได้ให้ลงพระราชอาญาทัณฑกรรมกระทำโทษถึงทวนทะเวนริบราชบาทว์จำใส่ตรุไว้ ผู้สูบฝิ่นกินฝิ่นหาฟังไม่ จนเกิดความเคืองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกษฐ ก็ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แจกกฎหมายประกาศป่าวร้องห้ามปรามไปอีกครั้ง ๑ เพื่อจะให้คนชั่วรู้โทษตัวละพยศอันร้าย พระราชหฤไทยหมายจะทรงสงเคราะห์สรรพสัตวตามบุราณราชประเพณี ทุกวันนี้ผู้สูบฝิ่นกินฝิ่นหากลัวพระราชกำหนดกฎหมายไม่ ล่วงพระราชอาญาคบหากันสูบฝิ่นกินฝิ่นชุกชุมขึ้นเปนอันมาก ที่ยากจนขัดสนทรัพย์หาอันจะซื้อฝิ่นกินมิได้ ใจเกิดกำเริบเปนพาล คบหาพากันกระทำโจรกรรมสะกดสดมตัดช่องย่องเบาล้วงลักดีชิงวิ่งราวเอาทรัพย์สิ่งของเครื่องอัญมณีมาขายจำนำเอาเงินซื้อฝิ่นพอจะได้กินได้สูบรักษาชีวิตไว้ ที่มีทรัพย์สินอยู่แล้วก็ได้ซื้อฝิ่นกินสูบเปนนิจ คิดทะนงหลงโลภมักใหญ่ใฝ่สูง นึกมั่งมีในใจ เห็นแต่จะได้เกิดศุขโสมนัสขณะเมา จำพวกก็นับเข้าในเมรัยประมาทกาล เหตุว่ามัวเมามิได้คิดอ่านกระทำมาหากินสะสมกองกุศลที่จะยกตนออกจากภพ มีแต่ก่อสร้างปัญจวิธเวรกรรมจะนำตนไปสู่ทุกข์หาประโยชน์ไม่ เถิงจะทำราชการณรงค์สงครามฉลองพระเดชพระคุณเล่า ก็อาศรัยฝิ่น ถ้าไม่มีจะสูบจะกินก็ให้เกิดอาเจียน คลื่นเหียน ให้หาวหิวอ่อน หลบหลีกนอนเอาราชการมิได้ บ้างก็ให้ปวดมวนร้อนหนาวทุรนทุรายลงท้องตายก็มี เพื่อพิเคราะห์ดูอำนาจฝิ่นให้โทษแก่ผู้กินผู้สูบถึงเพียงนี้ ถ้าจับได้ก็จะมีโทษต้องทนทุกขเวทนาในพระราชอาญาอาณาจักรอีกโสดหนึ่งเปนทิฐแต่ในปัจจุบันครั้นตายไปตกในมหาดาพนรก นายริริยบาลลงทัณฑกรรมกระทำโทษต้องทุกขเวทนาโดยสาหัสหาที่สุดมิได้ ครั้นพ้นจากพาพนรกแล้วก็ต้องไปเปนเปรตวิสัย มีควันไฟพุ่งออกจากทางปากจมูกเปนนิจ เพราะเสพผลที่ตนสูบฝิ่นกินฝิ่นเป็นมิจฉาชีวะ ไม่เห็นทุกข์โทษในอนาคต ปัจจุบัน ครั้นจะละไว้ บุคคลที่เปนพาลสันดานทุจริต ก็จะคบคิดกันลักลอบซื้อขายฝิ่นสูบฝิ่นกินฝิ่น และจะกระทำโจรกรรมกำเริบล่วงเกินพระราชอาญาจะไปทนทุกขเวทนาในอบายภูมิเปนอันมาก จึงมีพระราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งให้ตราพระราชบัญญัติไว้ เพื่อจะให้เปนหิตานุหิตประโยชน์ อนึ่งจะทรงพรราชสงเคราะห์ช่วยระงับดับทุกข์โทษแห่งคนร้ายในอนาคตปัจจุบัน แลในพระราชบริหารบัญญัตินั้นว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้ผู้ใดสูบฝิ่นกินฝิ่น ซื้อฝิ่นขายฝิ่น แลเปนผู้สมซื้อสมขายเปนอันขาดทีเดียว ถ้ามิฟังจับได้และมีผู้ร้องฟ้องพิจารณาเปนสัตย์ จะให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยน ๓ ยก ทะเวนบก ๓ วัน ทะเวนเรือ ๓ วัน ริบราชบาทว์บุตรภรรยาแลทรัพย์สิ่งของให้สิ้นเชิง ให้ส่งตัวไปเปนตะพุ่นหญ้าช้าง ผู้รู้เห็นเปนใจมิได้เอาความมาว่ากล่าว จะให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยน ๖๐ ที ถ้าผู้ใดมีฝิ่นอยู่ก่อนยังมิได้ห้ามมากน้อยเท่าใด จะขายให้เร่งเอาออกไปขาย แก่นานาประเทศเมืองนอกให้พ้นแว่นแคว้นกรุงเทพพระมหานคร แลให้ร้อยแขวงกรมการนายบ้านนายอำเภอประกาศป่าวร้องอาณาประชาราษฎรลูกค้าวาณิชทั้งปวงให้รู้จงทั่ว แลให้กระทำตามพระราชกำหนดกฎหมายมานี้จงทุกประการ ถ้าผู้ใดมิฟังจับได้จะเอาตัวเปนโทษโดยโทษานุโทษ

กฎให้ไว้ ณ วันเสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแมตรีศก