thai eng

พระราชกำหนดสักเลข รัชกาลที่ ๒

พระราชกำหนดสักเลข รัชกาลที่ ๒

กฎให้ไว้แก่พระสุรัศวดี ซ้าย ขวา ใน นอก ให้กฎหมายบอกแก่เจ้าพระยา แลพระยา พระ หลวง เมือง เจ้าราชนิกุล(ข้า) เจ้าต่างกรม หากรมมิได้ ในพระราชวังหลวง แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ผู้รักษาเมือง ผู้รั้ง กรมการ ณ หัวเมือง เอก โท ตรี จัตวา ปากใต้ฝ่ายเหนือทั้งปวงจงทั่ว

ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมธรรมิกราชา นราธิบดี ศรีสุริยวงษ์ องคราเมศวรราชบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงทศพิธราชธรรม์ อนันตวิริยาทิโพธาภิรัตกอปรด้วยบวรบรมัตถ์มหากรุณาปรีชาญาณ พระบวรสันดานหมายมั่นในกฤษฎาภินิหารภารที่จะทะนุบำรุงรักษาพระบวรพุทธศาสนา สมณะชีพราหมณ์ไพร่ฟ้าประชากรทั่วประเทศ อันเป็นพระราชอาณาเขตขอบขัณฑเสมา บรรดาพึ่งพระบารมีพระบรมโพธิสมภารให้รับพระราชทานทำมาหากินอยู่เย็นเป็นสุข เสด็จออก ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพร้อมด้วยอรรคมหาเสนาพฤฒามาตย์ราชกระวีมนตรีมุข ทูลละอองธุลีพระบาทโดยอันดับจึงมีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ประเพณีสมเด็จพระมหาบรมกษัตราธิราชแต่ก่อนสืบมา จักทะนุบำรุงรักษาพระบวรพุทธศาสนาให้ถาวรวัฒนาการได้ ก็อาศัยชุบเลี้ยงหมู่ทแกล้วทหารซ่องสุมพลโยธา สะสมเครื่องสรรพศาสตราวุธ ประกอบกับพระบารมีพระราชเดชาอาณาจักรเป็นประธาน จึงเสด็จการสู้รบทำสงครามปราบปรามปัจจามิตร มิให้พุทธศาสนาเป็นอันตรายแก่ข้าศึกได้เป็นเยี่ยงอย่างลำดับพระมหากษัตริย์สืบมา และกรุงเทพมหานครศรีอยุธยาทุกวันนี้ไพร่พลโยธาหมู่ทหารซึ่งเคยทำราชการณรงค์สงครามแต่ก่อนมา ก็ชราพิการล้มตายร่วงโรยเบาบางไป ไพร่หลวงสมกำลังแลเลขหัวเมืองที่มีตัวอยู่ ก็โจทหมู่ไปต่างกรม ฝ่ายนายไม่ได้มาร้องขอแลกเปลี่ยน ยอมมิให้ได้ขัดขวางไว้ โดยวาสนาพลการก็มีบ้าง นายเดิมได้ติดตามว่ากล่าวยังค้างกันอยู่จนทุกวันนี้มิได้หักโอนบาญชีต่อกัน (ก็มีบ้าง) เหตุฉะนั้นบาญชีจึงฟั่นเฟือนค้างเกินกันมาช้านาน บ้างก็อพยพหลบหนีราชการหนีไปเข้าซ่องซุกซ่อนอยู่ป่าดงก็มีมาก เพราะเจ้าหมู่มูลนายใช้สอยตรำตรากไม่ผ่อนปรน ไพร่จึงขัดสนทนมิได้ ที่มีกิจทุกข์สุข ฝ่ายนายหมวดนายกองหาเอาธุระไม่กลัวโทษภัยจึงหนี บางทีหลบเจ้าหนี้หนีนายเงินไปโดยขัดข้อง บ้างก็ต้องทุกข์โทษสินไหมพินัย ครั้นจะกลับเข้ามาก็กลัวเพราะตัวกระทำความผิดไว้จึงสู้ยากลำบากอยู่ในดงป่าช้านาน แลเลขจำพวกนี้ก็อาศัยแอบแฝงอยู่ในเจ้าเมืองกรมการปิดบังไว้เป็นอาณาประโยชน์ก็มี บางทีชักชวนกันคบเพื่อนพวกละ ๑๔ คน ๑๕ คน สมัครเข้ามาเป็นข้า หานายหน้าให้เดินเอาหนังสือเจ้าต่างกรม หากรมมิได้ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย แต่งตั้งกันออกไปเป็นพวกซ่อง กองส่วยก็มีทุกหัวเมืองเป็นอันมาก จึงพบหาพากันกำเริบใจกระทำโจรกรรมลักช้างม้าโคกระบือเสือกไสเข้าไว้ในซ่อง เจ้าของติดตามรู้สึกตัวกลัวจะจับ กลับยักย้ายสับเปลี่ยนส่งต่อๆไป จึงได้เกิดความวิวาทพยาบาทลอบฆ่าฟันกันเนืองๆให้ความเคืองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท แต่ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าพลวงในพระบรมโกศมาหลายปี บัดนี้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าหัว เสด็จปราบดาภิเษกเศวตฉัตรเสวยราชสมบัติใหม่ ตั้งพระทัยจะรักษาพระบวรพุทธศาสนาแลไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มิให้เป็นอันตรายแก่ข้าศึกได้ จึงมีพระราชโองการสั่งให้สักเลขหมายหมู่ใหม่ แล้วให้กรมพระสัสดีชำระเลขซึ่งวิวาทเกี่ยวค้างเกินกันมา แต่ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกศ จะให้สำเร็จแก่กันในครั้งนี้ ให้ผู้มีคดีเกี่ยวข้องด้วยเลขนั้นเร่งมาว่ากล่าวให้สำเร็จ ถ้าละเลยไว้มิได้มาให้ชำระในขณะนี้  ไปภายหน้าจะเอาเข้ามาว่ากล่าวนั้นมิได้ แลให้เจ้าเมืองกรมการสั่งแขวงนายบ้านนายอำเภอประกาศป่าวร้อง บรรดาข้าหนีเจ้าบ่าวหนีนาย ไพร่หลวงสมกำลัง ทาสเชลย ทาสสินไถ่ ที่ซุกซ่อน ณ ป่าดงจงทั่วให้เข้ามาหามูลนายเดิมโดยดี จะพระราชทานโทษภาคทัณฑ์ไว้ครั้งหนึ่ง ถ้าแลมิสมัครอยู่กับนายเดิม จะสมัครอยู่กับเจ้าเมืองกรมการหัวเมืองใด แลเจ้าต่างกรมหากรมมิได้ในพระราชวังหลวงแลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยหมู่ใดกรมใด จะพระราชทานให้อยู่ตามใจไพร่สมัครแต่ในครั้งเดียวนี้เป็นปฐมบัญัติไว้เบื้องหน้าไปจะให้คงหมู่อยู่ตามสักครั้งนี้ อนึ่งเลขหัวเมืองซึ่งอพยพหลบหนีนั้นให้คงเมืองจะผลัดเปลี่ยนกันโดยใจไพร่สมัครได้แต่ในเมืองเดียวกัน เหตุว่าเลขหัวเมืองนั้นน้อยตัว