thai eng

ตอนที่ ๒ รบพม่าที่ปากพิง

ฝ่ายกองทัพพม่าที่ ๓ ซึ่งเจ้าเมืองตองอูเป็นแม่ทัพนั้น ครั้นมาตั้งประชุมพลที่เมือง เชียงแสนพร้อมแล้ว จึงให้เนมะโยสีหะปติถือพล ๕000 ยกลงมาทางแจ้ห่มกองหนึ่ง ให้ลงมาตีเมืองสวรรคโลกเมืองสุโขทัย เมืองพิไชย แลพเมืองพิษณุโลก แล้วให้โปมะยุง่วนถือพล ๓000 เป็นกองหน้า ตัวเจ้าเมืองตองอูเป็นกองหลวง ถือพล ๑๕000 ยกลงมาทางเมืองเชียงใหม่อีกทางหนึ่ง

เวลานั้นเมืองเชียงใหม่ร้างมาตั้งแต่พม่ายกมาตีในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อปีวอก พ.ศ.๒๓๑๙ เจ้าเมืองตองอูจึงยกเลยลงมาตีเมืองนครลำปาง พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางเป็นคนเข้มแข็งในการสงคราม ตั้งต่อสู้รักษาเมืองเป็นสามารถ พม่าจะตีหักเอาไม่ได้ เจ้าเมืองตองอูก็ตั้งล้อมเมืองนครลำปางอยู่ตั้งแต่เดือนอ้าย ปีมะเส็ง แต่ทางเมืองสวรรคโลกแลกหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไพร่บ้านพลเมืองยับเยินเสียเมื่อครั้งศึกอะแซหวุ่นกี้ ไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้พม่าได้ ผู้รักษาเมืองก็ต้องอพยพผู้คนหนีเข้าป่า กองทัพเนมะโยสีหะปกติที่แยกมาทางแจ้ห่มจึงได้หัวเมืองเหนือทั้งปวงตลอดลงมา จนเมืองพิษณุโลก

ฝ่ายกองทัพพม่าที่ ๘ ซึ่งจ่อนรทา ถือพล ๕000 ยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมานั้น ก็เดินทัพเข้ามาได้โดยสะดวกด้วยไม่มีผู้ใดต่อสู้ ในพงศาวดารพม่าว่า เมืองตากยอมออ่นน้อมต่อพม่าโดยดี พม่าส่งตัวเจ้าเมืองตากกับครอบครัวพลเมือง ๕00 ไปยังเมืองพม่า จ่อข่องนรทาจึงเข้ามาตั้งอยู่ที่บ้านระแหงแขวงเมืองตาก

ขณะที่กรมพระราชวังหลังยกกองทัพขึ้นไป กองทัพพม่ายกล่วงแดนไทยเข้ามาแล้วทั้ง ๒ ทาง จึงทรงจัดกองทัพเป็น ๓ กองให้เจ้าพระยามหาเสนาเป็นกองหน้า ยกขึ้นไปตั้งรักษาเมืองพิจิตรแห่งหนึ่ง กองหลวงกรมพระราชวังหลังตั้งรักษาเมืองนครสวรรค์แห่งหนึ่ง แลกให้พระยาพระคลังกับพระยาอุไทยธรรมคุมกองหลังตั้งรักษาเมืองไชยนาท คอยป้องกันพม่าที่จะมาทางอุทัยธานีแห่งหนึ่ง

ฝ่ายกองทัพพม่าที่ยกลงมา ทางข้างเหนือ ครั้นมาพบกองทัพไทยตั้งสกัดอยู่ เนมะโยสีหะปติที่ยกลงมาทางเหนือสวรรคโลกจึงตั้งค่ายอยู่ที่ปากพิงใต้เมือง พิษณุโลกด้วยเป็นที่สำคัญทางน้ำร่วมไปมาถึงกันในระหว่างลำน้ำยมกับแม่น้ำแคว ใหญ่ ส่วนกองทัพจอข่องนรทาที่ยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมาก็ตั้งค่ายอยู่ที่บ้านระแหง ทำนองจะคอยให้ กองทัพเจ้าเมืองตองอูยกหนุนลงมาก่อน จึงจะยกลงมาตีกองทัพไทยที่เมืองพิจิตร แลกเมืองนครสวรรค์พร้อมกันทั้ง ๒ ทาง

ฝ่ายข้างกองทัพกรมพระราชวังหลังยกขึ้นไปคราวนั้น ความมุ่งหมานอันเป็นข้อสำคัญในเบื้องต้นอยู่ที่จะป้องกันมิให้กองทัพพม่า ล่วงเลยลงมาถึงกรุงเทพฯ ได้ในเวลาที่ไทยกำลังรบกับพม่าอยู่ทางเหนือกาญจนบุรี กรมพระราชวังหลังไม่ทรงทราบว่าข้าศึกมีกำลังหนุนกันมาอีกสักเท่าใดจึงตั้ง มั่นอยู่ที่เมืองนครสวรรค์ไม่ยกไปรบพุ่งข้าศึกซึ่งมาตั้งอยู่ที่ปากพิงและ บ้านระแหง กองทัพทั้ง ๒ ฝ่ายจึงตั้งรอกันอยู่ ก็การที่จะปราบปรามพม่าที่ยกมาทางหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงปรึกษากับสมเด็จพระอนุชาธิราชเวลา เมื่อเสด็จออกไปที่ลาดหญ้า กระแสพระราชดำริตกลงกันว่าถ้าตีทัพพม่าทางด่านพระเจดีย์สามองค์ถอยไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระพทธยอดฟ้าจุฬาโลกจะเสด็จยกกองทัพหลวงขึ้นไปปราบปรามพม่าข้า ศึกทางหัวเมืองเหนือ ส่วนกรมพระราชวังบวรฯจะเสด็จลงไปปราบปรามพม่าข้าศึกทางหัเมืองปักษ์ใต้

ครั้นกองทัพพม่าที่ลาดหญ้าแตกไปได้สัก ๗ วัน พอกรมพระราชวังบวรฯ ทรงทราบว่ากองทัพใหญ่ของพม่าถอยกลับไปทุกทัพแล้วก็ดำรัสสั่งให้พระยากลาโหม ราชเสนา พระยาจ่าแสนยากร คุมกองทัพหน้าออกจากลาดหญ้า เดินบกตรงไปเมืองชุมพร พระยาทั้ง ๒ ยกลงมาทางเมืองราชบุรี จึงมาพบกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาจากเมืองทวายดังกล่าวมาแล้ว ส่วนกรมพระราชวังบวรฯเสด็จกลับเข้ามากรุงเทพฯประทับอยู่ในกรุงฯไม่ถึง ๗ วัน พอจัดกองทัพหลวงพร้อมแล้ว ก็เสด็จโดยกระบวนเรือตามลงไปยังเมืองชุมพร เมื่อ ณ วันเสาร์เดือน ๔ ขึ้น ๕ ค่ำ

พอกรมพระราชวังบวรฯเสด็จยกกองทัพเรือไปได้ ๖ วัน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็เสด็จยกกองทัพหลวงมีจำนวนพล ๓0000 ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อ ณ วันศุกร์ เดือน ๔ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เสด็จโดยชลมารคไปประทับที่เมืองอินทบุรี มีรับสั่งขึ้นไปยังกรมพระราชวังหลังให้รีบยกกองทัพขึ้นไปสมทบกับเจ้า พระยามหาเสนา ตีทัพพม่าที่ปากพิง และให้กองทัพเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์กับพระยาพระคลัง พระยาอุไทยธรรม ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองไชยนาท ยกขึ้นไปตีทัพพม่าที่ตั้งอยู่บ้านระแหง ส่วนกองทัพหลวงตามขึ้นไปตั้งอยู่ที่เมืองนครสวรรค์ก่อน แล้วยกหนุนกรมพระราชวังหลังขึ้นไปประทับที่บางข้าวตอกแขวงเมืองพิจิตร

กรมพระราชวังหลังกับเจ้าพระยามหาเสนา ยกเข้าตีค่ายพม่าที่ปากพิง เมื่อ ณ วันเสาร์ เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ ได้สู้รบกันเป็นสามารถรบกันตั้งแต่เช้าจนเวลาค่ำกองทัพพม่าก็แตกพ่าย ไทยตีได้ค่ายพม่าหมดทุกค่ายแล้วไล่ติดตามต่อไป พม่ามาตั้งค่ายที่ปากพิงคราวนั้นมีความประมาท ตั้งล้ำเลยมาจากที่ชัยภูมิ ครั้นแตกหนีต้องข้ามน้ำ ไทยไล่ติดตามฆ่าฟันพม่าจมน้ำตายเสียสัก ๘00 เวลาศพลอยเต็มแม่น้ำจนน้ำกินไม่ได้

ครั้นได้ค่ายพม่าที่ปากพิงแล้วจึงโปรดให้เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฏา คุมกำลังแยกจากกองทัพหลวงเพิ่มเติมไปสมทบกับกองทัพเจ้าพระยามหาเสนา ให้รีบยกติดตามพม่าที่แตกหนี เลยขึ้นไปตีกองทัพพม่าที่ตั้งล้อมเมืองนครลำปางทีเดียว ครั้นกองทัพยกไปแล้วจึงเสด็จถอยทัพหลวงกลับลงมาตั้งที่เมืองนครสวรรค์ โปรดให้กรมพระราชวังหลังและเจ้าฟ้ากรมหลวงนรินทรณนเรศตามเสด็จกลับมาด้วย

ฝ่ายจอข่องนรทานายทัพพม่าที่ ๘ ที่ตั้งอยู่บ้านระแหงได้ยินข่าวว่ากองทัพพม่าที่ปากพิงแตกหนีไทยไปแล้ว และทำนองจะได้ข่าวเข้ามาว่าพระเจ้าปดุงถอยทัพแล้วด้วย ครั้นทราบว่ากองทัพไทยยกขึ้นไปถึงเมืองกำแพงเพชร ก็ไม่รออยู่ต่อสู้ รีบถอยทัพหนีกลับไปทางด่านแม่ละเมา กองทัพที่เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์และพระยาพระคลัง พระยาอุไทยธรรมยกขึ้นไปจึงหาได้รบกับพม่าไม่

แต่กองทัพเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฏายกขึ้นไปเมืองนครลำปางทันทัพพม่ากำลังล้อมเมืองนครลำปางอยู่ กองทัพไทยเข้าระดมตีค่ายพม่า กองทัพพระยากาวิละซึ่งรักษาเมืองนครลำปางก็ตีกระหนาบออกมา รบกันตั้งแต่เช้าจนเที่ยง กองทัพเจ้าเมืองตองอูก็แตกพ่ายหนีกลับไปเมืองเชียงแสนในเดือน ๕ ปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๒๙

พระราชพงศาวดาร ไทยรบพม่า

พระราชพงศาวดารเรื่อง ไทยรบพม่า พระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อธิบายเรื่องไทยรบกับพม่า... อ่านเพิ่มเติม
สงครามครั้งที่ ๑ คราวพม่ายกกองทัพมา ๕ ทาง ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘... อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ ๑ รบพม่าที่ลาดหญ้า กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จยกกองทัพออกจากกรุงเทพฯ ในเดือนอ้าย ปีมะเส็ง ทรงจัดให้พระยากลาโหมราชเสนา... อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ ๒ รบพม่าที่ปากพิง ฝ่ายกองทัพพม่าที่ ๓ ซึ่งเจ้าเมืองตองอูเป็นแม่ทัพนั้น ครั้นมาตั้งประชุมพลที่เมือง... อ่านเพิ่มเติม
สงครามครั้งที่ ๒ คราวรบพม่าที่ท่าดินแดง ปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๒๙ เหตุที่เกิดสงครามคราวรบพม่าที่ท่าดินแดง... อ่านเพิ่มเติม
พระราชพงศาวดาร เล่มที่ ๒ พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตเลขา เล่ม ๒ กรมศิลปากรจัดพิมพ์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ ในปีมะเส็งสัปตศกนั้น... อ่านเพิ่มเติม